Make your own free website on Tripod.com

ซูเราะห์อัล-วากิอะห์

 

เป็นบัญญัติมักกียะห์ มีทั้งหมด 96 อายะห์

 

ความหมายโดยสรุปของ  ซูเราะห์อัล-วากิอะห์

 

ซูเราะห์นี้กล่าวครอบคลุมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในวันกิยามะห์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เช่น ความหวาดกลัว การแบ่งแยกมนุษย์ออกเป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มขวา กลุ่มซ้าย และกลุ่มแนวหน้า

            ซูเราะห์นี้ได้กล่าวถึงชะตากรรมของทุก ๆ กลุ่ม และสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ ( .. ) ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับพวกเขา คือการตอบแทนอย่างยุติธรรมในวันแห่งการตัดสิน นอกจากนี้ยังได้พิสูจน์หลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์ถึงการมี และการเป็นเอกภาพของพระองค์อัลลอฮ์ ( .. ) และเดชานุภาพอย่างสมบรูณ์ของพระองค์ในการสร้าง และการประดิษฐ์ของพระองค์อย่างสวยงามที่สุด ในการสร้างมนุษย์ ในการสร้างพืชพันธุ์ต่าง ๆ ให้งอกเงยขึ้น ในการให้น้ำฝนโปรยปรายลงมา และสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้เกิดพลังในนรก ซูเราะห์ได้กล่าวถึงอัล-กุรอานนุลอะซีม ว่าเป็นการประทานลงมาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก และสิ่งที่มนุษย์จะได้พบกับความหวาดกลัว และความหนักใจขณะจวนจะตาย

            ซูเราะห์ได้จบลงด้วยการกล่าวถึงบุคคลสามจำพวก พวกเขาเหล่านั้น คือกลุ่มที่มีความสุข กลุ่มที่มีความทุกข์ และกลุ่มแนวหน้าที่แข่งขันกันไปสู่ความดี คือพวกที่ได้รับความโปรดปราน ซูเราะห์ได้ชี้แจงบั้นปลายของทุก ๆ กลุ่ม ทั้งหมดนี้ได้กล่าวไว้อย่างละเอียดตามที่ปรากฎอยู่ในตอนต้น ๆ ของซูเราะห์ และได้กล่าวสรรเสริญเยินยอด้วยการกล่าวถึงคุณงามความดีของกลุ่มแนวหน้าที่มีความใกล้ชิดทั้งในตอนเริ่มและตอนจบของ

ซูเราะห์

               

 

 

 

 

 

ความประเสริฐของ ซูเราะห์อัล-วากิอะห์

 

ไม่ยากจน

ท่านนบีมูฮัมหมัด ( .. ) ได้กล่าวว่า “ ผู้ใดอ่านซูเราะห์อัลวากิอะห์ทุกคืน ความไม่ยากจนจะไม่ประสบแก่เขา ”


( รายงานโดย บัยหะกี )

 


                                 ด้วยพระนามขออัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 

1.      


เมื่อเหตุการณ์ ( วันกิยามะห์ ) ได้เกิดขึ้น

 

2.      


ไม่มีผู้ปฏิเสธคนใดปฏิเสธต่อเหตุการณ์ของมัน

 

3.      

ต่อเหตุการณ์นั้นทำให้กลุ่มชนหนึ่งต่ำต้อย ชนอีกกลุ่มหนึ่งสูงส่ง

 

4.       เมื่อแผ่นดินถูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

5.      

และบรรดาภูเขาได้แตกสลาย

6.      

และมันกลายเป็นผุยผงปลิวว่อน

7.      

และพระเจ้าจะแยกออกเป็น 3 กลุ่ม

8.      

คือกลุ่มทางขวา ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือซ้าย ) เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มทางขวาคือใคร ?

9.      

และกลุ่มทางซ้าย ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือซ้าย ) เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มทางซ้ายคือใคร ?

10.    และกลุ่มแนวหน้า คือกลุ่มแนวหน้า

11.    เขาเหล่านั้น คือบรรดาผู้ใกล้ชิด

12.    ในสวนสวรรค์หลากหลายแห่งความสุขสำราญ

13.    เป็นกลุ่มชนจำนวนมาก จากชนรุ่นก่อน

14.    และเป็นกลุ่มชนจำนวนน้อย จากชนรุ่นหลัง ๆ

15.    โดยอยู่บนเตียงที่ประดับด้วยทองคำ

16.    พวกเขานอนเอกเขนกอยู่บนนั้น โดยผิวหน้าเข้าหากัน

17.    มีเด็ก ๆ ที่มีอายุเช่นนั้น วนเวียนรับใช้พวกเขาตลอดไป

18.    ถ้วยภาชนะใหญ่ และแก้วที่มีหู และจอกใส่สุราที่ไหลรินมา

19.    พวกเขาจะไม่มึนศีรษะ และไม่หมดสติเมื่อดื่มสุรานั้น

20.    และผลไม้หลากชนิดตามแต่พวกเขาจะเลือกกิน

21.    และเนื้อนกที่พวกเราอยากรับประทาน

22.    และหญิงสาวที่มีนัยตาคมสวยงาม

23.    ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี

24.    ทั้งนี้เป็นการตอบแทนเนื่องจากความดีที่พวกเขากระทำไว้

25.    ในสวนสวรรค์นั้นพวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นบาป

26.    เว้นแต่คำกล่าวที่ว่า ศานติศานติ

27.    และกลุ่มทางขวา ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา ) เจ้ารู้หรือไม่ว่ากลุ่มทางขวาเป็นอย่างไร ?

28.    ( พวกเขา ) อยู่ภายใต้ต้นพุทราที่ไร้หนาม

29.    และต้นกล้วยที่ออกผลเป็นเครือตั้งแต่ยอดจรดโคนต้น ( ไม่เห็นลำต้น )

30.    และร่มเงาที่แผ่กระจาย

31.    และน้ำที่ไหลรินตลอดเวลา

32.    และผลไม้อันมากหลาย

33.    โดยไม่หมดสิ้นตามฤดู และไม่เป็นที่ต้องห้าม

34.    และเตียงนอนที่ถูกยกให้สูงขึ้น

35.    แท้จริง เราได้บังเกิดพวกนางเป็นกรณีพิเศษจริง ๆ

36.    แล้วเราได้ทำให้พวกนางเป็นสาวพรหมจรรย์

37.    เป็นที่น่ารักชื่นชมแก่คู่ครอง อยู่ในวัยสาวคราวเดียวกัน

38.    สำหรับกลุ่มทางขวา ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา )

39.    ( คือ ) กลุ่มชนจากรุ่นก่อน ๆ

40.    และกลุ่มชนจากรุ่นหลัง ๆ

41.    และกลุ่มทางซ้าย ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือซ้าย ) เจ้ารู้หรือไม่ว่ากลุ่มทางซ้ายเป็นอย่างไร ?

42.    อยู่ในลมร้อน และน้ำกำลังเดือด

43.    อยู่ใต้ร่มเงาของควันที่ดำทึบ

44.    ไม่ร่มเย็น และไม่เป็นที่น่าชื่นชม

45.    แท้จริง พวกเขาแต่กาลก่อนนั้นเป็นพวกเจ้าสำราญ

46.    และพวกเขาเคยดื้อรั้นในการทำบาปใหญ่ ๆ อยู่เป็นเนือง

47.    และพวกเขาเคยกล่าวว่า เมื่อเราตายไปแล้ว และเราได้กลายเป็นดินผง และกระดูกป่น แล้วเราจะถูกให้ฟื้นคืนชีพอีกกระนั้นหรือ ?

48.    และรวมทั้งบรรพบุรุษของเราแต่กาลก่อนนั้นด้วยหรือ ?

49.    จงกล่าวเถิด ( มูฮัมหมัด ) แท้จริง ชนรุ่นก่อน ๆ และรุ่นหลัง ๆ นั้น

50.    จะถูกรวบรวมไว้จนกระทั่งถึงวันอันเป็นที่รู้กัน ( คือวันกิยามะห์ )

51.    แล้วรวมทั้งพวกเจ้าอีกด้วย โอ้บรรดาผู้หลงผิด บรรดาผู้ปฏิเสธทั้งหลาย

52.    แน่นอน พวกเจ้าจะเป็นผู้กินต้นซักกูม

53.    และพวกเขาจะใส่มันเข้าไปเต็มท้อง

54.    และพวกเขาจะดื่มน้ำกำลังเดือดตามลงไป

55.    พวกเขาจะดื่มน้ำ เช่นการดื่มของอูฐที่กระหายน้ำจัด

56.    นี่คือที่พำนักของพวกเขาในวันแห่งการตอบแทน

57.    เรานั้นได้สร้างพวกเจ้าขึ้นมา ไฉนพวกเจ้าจึงไม่เชื่อ ( ในวันฟื้นคือชีพ )

58.    พวกเจ้าเห็นสิ่งที่พวกเจ้าหลั่นออกมา ( อสุจิ ) แล้วมิใช่หรือ ?

59.    พวกเจ้าสร้างมันขึ้นมา หรือว่าเราเป็นผู้สร้าง

60.    เรานั้นเป็นผู้กำหนดความตายขึ้นในระหว่างพวกเจ้า และเราก็จะไม่ถูกขัดขวาง

61.    ในการที่เราจะเปลี่ยนบุคคลเยี่ยงพวกเจ้า และเราจะให้พวกเจ้าเกิดขึ้นมาอีกในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้

62.    และโดยแน่นอน พวกเจ้าได้รู้มาแล้วถึงการเกิดครั้งแรก แล้วไฉนเล่าพวกเจ้าจึงไม่ใคร่ครวญ

63.    พวกเจ้าเห็นสิ่งที่พวกเจ้าหว่านมาแล้วมิใช่หรือ ?

64.    พวกเจ้าทำให้มันงอนเงยขึ้นมา หรือว่าเราเป็นผู้ทำให้มันงอนเงยขึ้นมา ?

65.    หากเราประสงค์ทำให้มันหักเป็นชิ้น ๆ แล้ว แน่นอนเราก็ย่อมทำมันได้ แล้วพวกเจ้าคงประหลาดใจ

66.    ( พวกเจ้าจะกล่าวขึ้นว่า ) แท้จริง เราได้รับความหายนะแล้ว

67.    ไม่เพียงแต่เท่านั้น เรายังขาดแคลนปัจจัยเพาะปลูกอีกด้วย

68.    พวกเจ้าเห็นน้ำที่พวกเจ้าดื่มแล้วมิใช่หรือ ?

69.    พวกเจ้าเป็นผู้หลั่งมันลงมาจากก้อนเมฆ หรือว่าเราเป็นผู้หลั่งมันลงมา

70.    หากเราประสงค์ เราจะทำให้มันเค็มจัด แล้วไฉนเล่าพวกเจ้าจึงไม่กตัญญู ?

71.    พวกเจ้าเห็นไฟที่พวกเจ้าจุดขึ้นมาแล้วมิใช่หรือ ?

72.    พวกเจ้าเป็นผู้ทำให้ต้นไม้ของมันงอกเงยขึ้นมา หรือว่าเราเป็นผู้ทำให้มันงอกขึ้นมา

73.    เราได้ทำให้มันมีขึ้นเพื่อเป็นการเตือนสติ และอำนวยประโยชน์แก่ผู้เดินทางรอนแรม

74.    ดังนั้น เจ้าจงสดุดีด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่เถิด

75.    ข้า ( อัลลอฮ์ ) ขอสาบานด้วยตำแหน่งต่าง ๆ ของดวงดาว

76.    และแท้จริง มันเป็นการสาบานอันยิ่งใหญ่ หากพวกเจ้ารู้

77.    นั่นคือ อัล-กุรอานอันทรงเกียรติ

78.    ซึ่งอยู่ในบักทึกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้

79.    ไม่มีผู้ใดจะแตะต้องอัล-กุรอาน นอกจากบรรดาผู้บริสุทธิ์เท่านั้น

80.    ถูกประทานลงมาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก

81.    และด้วยเรื่องนี้ ( อัล-กุรอาน ) กระนั้นหรือที่พวกเจ้าปฏิเสธเย้ยหยัน ?

82.    และทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า พวกเจ้าก็ยังคงปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ กระนั้นหรือ

83.    และเมื่อวิญญาณได้มาถึงคอหอย ( คือกำลังจะตาย ) แล้วพวกเจ้าสามารถยับยั้งไว้ได้หรือ ?

84.    และในขณะนั้นพวกกำลังมองดูกันอยู่

85.    และเรานั้นอยู่ใก้ลชิดเขายิ่งกว่าพวกเจ้า แต่ทว่าพวกเจ้ามองไม่เห็น ( มลาอิกะห์ )

86.    หากว่าพวกเจ้ามิได้อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใด และไม่มีพระเจ้าเป็นผู้มีอำนาจเหนือพวกเจ้าแล้ว

87.    ไฉนเล่า พวกเจ้าจึงไม่ให้วิญญาณกลับมาสู่ร่างอีก หากพวกเจ้าพูดจริง ?

88.    สำหรับผู้ที่หากว่าเขา ( ผู้ตาย ) เป็นผู้ใกล้ชิดกับอัลลอฮ์

89.    ดังนั้น ความอิ่มเอิบสดชื่น และสวรรค์อันเป็นที่โปรดปรานจะได้แก่เขา

90.    แล้วถ้าหากว่าเขาอยู่ในกลุ่มทางขวา ( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา )

91.    ดังนั้น ความปลอดภัยก็จะเป็นของเจ้าในฐานะเป็นผู้อยู่ในกลุ่มทางขวา

( ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา )

92.    และหากว่าเขาอยู่ในหมู่ผู้ปฏิเสธ ผู้หลงทาง

93.    ดังนั้น สิ่งที่เตรียมไว้สำหรับเขาก็คือ น้ำร้อนที่กำลังเดือด

94.    และเปลวไฟที่ลุกไหม้

95.    แท้จริง นี่แหละคือความจริงที่แน่นอน

96.    ดังนั้น เจ้าจงสดุดีด้วยพระนามพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงยิ่งใหญ่เถิด